วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software developer) คือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์เช่นในการออกแบบ การวางแผนพัฒนา ซึ่งขอบเขตงานจะกว้างกว่าการเขียนโปรแกรม โดยอาจมีส่วนร่วมในระดับทั้งโครงงาน แทนการดูแลส่วนของชิ้นงาน ซึ่งในกลุ่มนี้อาจรวมถึงโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์



ผู้ดูแลระบบ หรือ แอดมิน (System administrator) เป็น บุคคลที่ถูกว่าจ้างเพื่อที่จะดูและจัดการระบบหรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์หน้าที่ของผู้ดูแลระบบมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับหน่วยงานหรือโครงการ โดยทั่วไปผู้ดูแลมักจะทำหน้าที่ติดตั้ง ตอบคำถาม ดูแลเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์อื่น รวมถึงการวางแผนงาน การดูแล ควบคุมโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ผู้ดูแลอาจมีหน้าที่ของโปรแกรมเมอร์ร่วมไปด้วย ในด้านการเขียนโปรแกรม รวมไปถึงการเตรียมตัว และสอนการใช้งานต่อผู้ใช้ทั่วไป


เกมมาสเตอร์ (Gamemaster) หรือ จีเอ็ม (GM) เป็นชื่อของตำแหน่งที่รับผิดชอบงานการดูแล และการให้บริการเกมออนไลน์ ที่ต้องมีการติดต่อหรือสัมผัสกับลูกค้าเป็นอย่างมาก ซึ่งมักมีความสับสนกับ คอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากมีลักษณะงานที่ต้องรับผิดชอบคล้ายคลึงกัน โดยมากส่วนที่แตกต่างกันระหว่างสองตำแหน่งนี้คือเกมมาสเตอร์มักมีความอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีต่างๆในเกมมากกว่า เช่น มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบตัวละครหน้าที่ในการดูแลการบริการในตัวเกมไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม หรือ การป้องกันการทุจริตของผู้เล่น เป็นต้น ในขณะที่ คอลเซ็นเตอร์นั้นโดยมากมักจะมีหน้าที่ในการติดต่อกับผู้เล่นเป็นตัวกลางที่คอยเชื่อมระหว่างผู้เล่นกับบริษัทผู้ให้บริการเป็นหลักในหลากหลายช่องทาง ได้แก่ การรับสายโทรศัพท์ การตอบคำถามในเวปบอร์ดอย่างไรก็ตามในประเทศไทย บริษัทที่มีการแบ่งหน้าที่ระหว่าง เกมมาสเตอร์ และคอลเซ็นเตอร์อย่างชัดเจนนั้น มีเพียงบริษัทเดียวคือ บริษัท เอเซียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ส่วนบริษัทอื่นๆมักจะรวบเอาหน้าที่ของทั้งสองตำแหน่งไว้ด้วยกัน เพื่อให้ง่ายในการบริหารงาน และประหยัดทรัพยากรบุคคล

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คลิปความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์



Link : https://www.youtube.com/watch?v=3vSuTL1CJu4

ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์

เอดส์ หรือ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม(acquired immunodeficiency syndrome - AIDS)เป็นโรคของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (human immunodeficiency virus, HIV) ทำให้ผู้ป่วยมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสและการเกิดเนื้องอกบางชนิด เชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อผ่านทางการสัมผัสของเยื่อเมือกหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งซึ่งมีเชื้อ เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นช่องคลอด น้ำหลั่งก่อนการหลั่งอสุจิ และนมมารดา อาจติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด หรือทวารหนัก หรือช่องปากการรับเลือด, การใช้เข็มฉีดยาที่ปนเปื้อน, ติดต่อจากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์คลอด ให้นม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ ดังกล่าว
ปัจจุบันมีการระบาดของเอดส์ไปทั่วโลก องค์การอนามัยโลกได้ประมาณไว้เมื่อ พ.ศ. 2552 ว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์อยู่ประมาณ 33.3 ล้านคนทั่วโลก โดยแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ประมาณ 2.6 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากเอดส์ปีละ 1.8 ล้านคน องค์กร UNAIDS ประมาณไว้เมื่อ พ.ศ. 2550 ว่ามีผู้ป่วยเอดส์ในปีดังกล่าว 33.2 ล้านคนทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ 2.1 ล้านคน เป็นเด็ก 330,000 คน และ 76% ของผู้เสียชีวิตเป็นชาวแอฟริกาเขตใต้ทะเลยทรายซาฮารา รายงาน พ.ศ. 2552 ของ UNAIDS ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกแล้ว 60 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 25 ล้านคน เฉพาะในแอฟริกาใต้ที่เดียวมีเด็กทีต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าเพราะบิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ 14 ล้านคน นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาด
การศึกษาวิจัยทางพันธุศาสตร์ชี้ว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีมีถิ่นกำเนิดมาจากแอฟริกากลางตะวันตกในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โรคเอดส์เป็นที่รู้จักครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ใน ค.ศ. 1981 ส่วนสาเหตุของโรคและเชื้อไวรัสเอชไอวีนั้นค้นพบในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1980
ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถชะลอการดำเนินโรคได้ แต่ยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาด ไม่มีวัคซีนป้องกัน ยาต้านไวรัสสามารถลดอัตราการตายและภาวะทุพพลภาพได้ดี แต่ยาเหล่านี้ยังมีราคาแพง ผู้ป่วยในบางประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ องค์กรสุขภาพต่างๆ เล็งเห็นว่าการรักษาเอดส์ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมการระบาดของโรคเอดส์ด้วยการรณรงค์การป้องกันการติดเชื้อผ่านการสนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและการแลกเปลี่ยนเข็มที่ใช้แล้ว เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

Link : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%8C

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของไอทีด้านลบ-ด้านบวก

website : http://news.thaiware.com/7150.html

สุดเจ๋ง! Hyundai สร้างคู่มือการใช้รถ ด้วยระบบ AR ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ





ก่อนหน้านี้ก็มีโชว์รูมรถยนต์ที่ใช้ระบบ AR ในการดูผ่านมือถือออกมาให้ได้ชมกันมากมาย แต่ว่าเจ้าระบบ AR คืออะไรกันล่ะ? เจ้าระบบ AR นั่นก็คือ Augmented Reality เทคโนโลยีระบบเสมือนที่นำเอาภาพของโลกจริงมารวมเข้ากับภาพของโลกเสมือน ที่ทำให้เรามองเห็นเหมือนว่ามันมีอยู่จริงนั่นเอง เป็นเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดได้หลากหลาย อย่างที่เราเห็นกันมากมาย อย่าง Google CardBoard และในตอนนี้ บริษัท Hyundai ได้สร้างคู่มือการใช้งานรถยนต์ในรูปแบบใหม่ แสดงผลแบบ AR ช่วยให้คุณเข้าใจการใช้งานส่วนต่างๆ ในรถมากยิ่งขึ้นและไม่น่าเบื่อเหมือนกับหนังสือคู่มือรถเล่มหนาๆ อีกต่อไป เพียงแค่คุณเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นขึ้นมาผ่านมือถือหรือแท็ปเล็ตเท่านั้น

ภายในแอพฯ ก็จะมีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ใช้ในการอธิบายการใช้งานของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นภายนอกตัวรถ ห้องเครื่อง ภายในรถ แบบครบครัน และพิเศษกว่านั้นก็คือ มีวีดีโอสาธิตการใช้งานด้วยล่ะ ดูสดๆ ได้พร้อมกับอธิบายอย่างละเอียด ทำออกมาได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคู่มือการใช้งานรถยนต์ดิจิตอล อย่างเต็มรูปแบบ ถือว่าใช้เทคโนโลยีได้คุ้มค่ามากๆ หากใครสนใจก็สามารถดาวน์โหลดใช้งานกันได้แล้ววันนี้ ในระบบ iOS และ Android ส่วนรูปภาพตัวอย่างการใช้งานแอพลิเคชั่นในระบบ AR ก็สามารถดูได้ด้านล่างนี้เลย

ผลกระทบด้านดี

-ทำให้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นจริงเเละใช้ได้จริงเพิ่มขึ้น

-เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์สำหรับผู้ต้องการรู้ระบบของรถ

-ผู้ที่ไม่รู้ว่าส่วนนี้คืออะไรสามารถหาได้ในเเอพนี้

   

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O-Net

Website : http://forum.02dual.com/examfile/655topic/02ca74a77252a41d5905194b2213fd74.pdf

ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อ
วิชา วิทยาศาสตร์
1. เซลล์ที่มีสวนประกอบดังตอไปนี้ : ดีเอ็นเอไรโบโซม เยื่อหุ้มเซลล์เอนไซม และ ไมโทคอนเดรีย เปนเซลล์ของสิ่งมีชวีิตในขอใด
 1. แบคทีเรีย 
 2. พืชเทานั้น
 3. สัตว์เทานั้น 
 4. อาจเปนไดทั้งพืชหรือสัตว์
2. กระบวนการใดไมพบในกระบวนการดูดน้ำกลับที่ทอหนวยไต
 1. การแพร่
 2. ออสโมซิส
 3. เอนโดไซโทซิส 
 4. การลําเลียงแบบใชพลังงาน

3. เหตุใดผูดื่มเครื่องดืื่มผสมแอลกอฮอลจึงมักปสสาวะบอยกวาปกติ
 1. ไตทํางานอยางมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
 2. การหลั่งฮอรโมนวาโซเปรสซินลดลง
 3. แอลกอฮอล์เปนพิษตอรางกายจึงถูกกําจัดทิ้งอยางรวดเร็ว
 4. รางกายควบคุมการทํางานของกลามเนื้อกระเพาะปสสาวะไมได
4. การดื่มน้ําสมเปนปริมาณมาก ทําใหเลือดมีสภาวะเปนกรดจริงหรือไมเพราะเหตุใด
 1. เปนกรดจริง เพราะวิตามินซีละลายน้ําได
 2. เปนกรดจริง เพราะน้ําสมม ีรสเปรี้ยวและมีปริมาณกรดสูง
 3. ไมเปนกรด เพราะเลือดมีสมบัติเปนสารละลายบัฟเฟอร์
 4. ไมเปนกรด เพราะรางกายจะไดรับอันตรายไดหากเลือดมีสภาวะเปนกรด

5. วิธีการในขอใดที่ใชควบคุมโรคไวรัสในพืชไดผลดีที่สุด
 1. การเผาทําลายพืช 
 2. การฉีดวัคซีน
 3. การใชยาปฏชิีวนะ 
 4. การเพิ่มไนโตรเจนในดิน

6. เมื่อเชื้อโรคเขาสูรางกายคน รางกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยสรางสารใดมาตอสู
 1. ซีรุม 
 2. แอนติเจน
 3. ทอกซอยด์ 
 4. แอนติบอดี

7. เมื่อหยดน้ําเกลือลงบนสไลดที่มีใบสาหรายหางกระรอกอยู จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล
คลายกับที่เกิดขึ้นเมื่อหยดสารใดมากที่สุดและเกิดเร็วที่สุด
 1. น้ํากลั่น 
 2. น้ําเชื่อม
 3. น้ํานมสด 
 4. แอลกอฮอล
8. ขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับดีเอ็นเอ
 1. ดีเอ็นเอพบไดในคลอโรพลาสต
 2. ดีเอ็นเอทําหนาที่กําหนดชนิดของโปรตีน
 3. สิ่งมีชีวิตแตละชนิดมีปรมาณด ีเอ็นเอไมเทากัน
 4. ไนโตรเจนเบสชนิดกวานีนและไซโทซีนจะจับคูกันดวยพันธะคูเสมอ

9. ถาพอมีหมูเลือด B แมมีหมู่เลือดอด A และมีลูกชายที่มีหมูเลือด O โอกาสที่จะไดลูกสาวที่มีหมูเลือด O เปนเทาใด 
 1. 1/2 
 2. 1/4 
 3. 1/8 
 4. 1/16 

10. ขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย
 1. เปนโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง
 2. ผูปวยเปนโรคธาลัสซีเมียควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง
 3. เปนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสรางโกลบิน
 4. ผูที่ไดรับแอลลีลผิดปกติจากพอหรือแมเพียงฝายเดียวมีโอกาสเปนโรคได


วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

คีย์บอร์ดอัจฉริยะ (Intelligent keyboard)

ชื่อผู้ทำโครงงาน : นายวรัตม์ ยิ่งเสรี

สรุป : โครงงานคีย์บอร์ดอัจฉริยะนี้เป็นโครงงานที่จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะพัฒนาความสามารถของคอมพิวเตอร์ ให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า ควรจะใช้แป้นพิมพ์ภาษาไทย หรือแป้นพิมพ์ภาษาไทยอังกฤษ กับข้อมูล ที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามา โดยใช้เทคนิคทางสถิติ (Statistical Method ) กับการประมวลในระดับคำ ( Morphological Level ) ซึ่งเป็นเทคนิคกับการประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อให้การป้อนของความให้กับคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาในการป้อนข้อความ ผลการทดลองของโครงงานคือ ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความถูกต้องประมาณ 98.37 เปอร์เซ็นต์

วัน/เดือน/ปี ทำโครงงาน : 1 ม.ค. 2541

สถาบันการศึกษา :  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


http://www.vcharkarn.com/project/172

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรเเกรม Cal






Private Sub Command1_Click()
X = Val(Text1.Text)
Y = Val(Text2.Text)
Z = X + Y
Label1.Caption = Z
End Sub

Private Sub Command2_Click()
X = Val(Text1.Text)
Y = Val(Text2.Text)
Z = X - Y
Label1.Caption = Z
End Sub

Private Sub Command3_Click()
X = Val(Text1.Text)
Y = Val(Text2.Text)
Z = X * Y
Label1.Caption = Z
End Sub

Private Sub Command4_Click()
X = Val(Text1.Text)
Y = Val(Text2.Text)
Z = X / Y
Label1.Caption = Z
End Sub


Private Sub Command5_Click()
Text1.Text = ""
Text2.Text = ""
Label1.Caption = ""
End Sub

Private Sub Command6_Click()
End
End Sub

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประเภทของสื่อการเรียนรู้

การจำแนกประเภทของสื่อการเรียนรู้

      
สื่อการเรียนรู้สามารถจำแนกออกตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ
1.
สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่แสดงหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ตัวหนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อในการแสดงความหมาย สื่อสิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสาร หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึก รายงาน ฯลฯ
2.
สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น
3.
สื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากสื่อ 2 ประเภทที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสื่ออื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี สื่อที่กล่าวนี้ ได้แก่
     3.1
บุคคล หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอด สาระความรู้ แนวคิดและ ประสบการณ์ไปสู่บุคคลอื่น เช่น บุคลากรในท้องถิ่น แพทย์ ตำรวจ นักธุรกิจ เป็นต้น
     3.2
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมตัวผู้เรียน เช่น พืชผักผลไม้ ปรากฏการณ์ ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น
     3.3
กิจกรรม / กระบวนการ หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการที่ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์และ การประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น บทบาทสมมติ การสาธิต การจัดนิทรรศการ การทำโครงงาน เกม เพลง เป็นต้น
     3.4
วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้เพื่อประกอบการเรียนรู้ เช่น หุ่มจำลอง แผนภูมิ แผนที่ ตาราง สถิติ รวมถึงสื่อประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องมือช่าง เป็นต้น



การใช้โปรเเกรม Visual Basic 6.0 ตอนที่ 2



ขอบคุณข้อมูลจาก bggaro

การใช้โปรเเกรม Visual Basic 6.0 ตอนที่ 1

 

ขอบคุณข้อมูลจาก bggaro

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

      
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media) หมายถึง เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ


วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โครงงานคอมพิวเตอร์

1.โครงงาน หมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงานใหญ่ที่มีความยากและซับซ้อนขึ้นก็ได้ 
Project is the documentation of a project's scope explains the boundaries of the project, establishes responsibilities for each team member and sets up procedures for how completed work will be verified and approved. The documentation may be referred to as a scope statement, statement of work 

2.โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเีรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
3.ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
         คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรม และลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ

     1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
     2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
     3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
     4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
     5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)


วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

จรรยาบรรณของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

จรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ทุกคนควรใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เคารพและให้เกียรติผู้ที่เราติดต่อด้วย เพราะเขาเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง จรรยาบรรณจะทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นสังคมที่มีระบบระเบียบ อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ร่วมด้วยกฎหมายซึ่งเป็นมาตรการที่จะเข้ามามีบทบาทเมื่อมีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณ

1.ไม่ใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายทำร้ายผู้อื่น
2.ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน รวมถึงไม่ละเมิดผลงานที่มีลิขสิทธิ์
3.ไม่ขโมยหรือเปิดดูข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลของผู้อื่น
4.ไม่สร้างหรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นเท็จ ข้อมูลที่อันตรายหรือทำให้เกิดความเสียหาย
5.ไม่ใช้ภาษาหยาบคายหรือให้ร้ายผู้อื่น ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
6.ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น
7.ไม่ก้าวร้าวหรือใช้อารมณ์ในการแสดงความคิดเห็น ยอมรับในความแตกต่าง
8.ไม่เจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต
9.ไม่ใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม
10.ไม่ฝ่าฝืนจรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

บริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

บริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


1. เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web : WWW) คือบริการค้นหาและแสดงข้อมูลแบบมัลติมีเดีย บนอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ซึ่งข้อมูลและสารสนเทศอาจจัดอยู่ในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ หรือ เสียงก็ได้ ข้อดีของบริการประเภทนี้คือ สามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอื่น หรือเว็บไซด์อื่นได้ง่าย เพราะใช้วิธีการของไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) โดยมีการทำงานแบบไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ (Client/Server) ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูล จากเครื่องที่ให้บริการซึ่งเรียกว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยอาศัยโปรแกรม ที่ใช้ดูข้อมูลเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ซึ่งผลที่ได้จะมีการแสดงเป็นไฮเปอร์เท็กซ์ ซึ่งในปัจจุบันมีการผนวกรูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และสามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสารหรือข้อมูลอื่น ๆ ได้โดยตรงตัวอย่างเช่น http://www.yahoo.com สามารถค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเรื่องราวต่างๆ เช่น การศึกษาการท่องเที่ยว โรงแรมต่าง ๆ การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เป็นต้น


2. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) หรือนิยมเรียกกันทั่วไปว่า อีเมล์” (E-mail) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสาร ระหว่างกัน และกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถส่งข้อความ ไปยังสมาชิกที่ติดต่อด้วย โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และสามารถแนบไฟล์ข้อมูลไปพร้อมกับจดหมายได้อีกด้วย การส่งจดหมายในลักษณะนี้ จะต้องมีที่อยู่เหมือนกับการส่งจดหมายปกติ แต่ที่ของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เราเรียกว่า E-mail Address



3. การโอนย้ายข้อมูล (FTP : File Transfer Protocol) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสารข้อมูล บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อีกรูปแบบหนึ่ง ใช้สำหรับการโอนย้ายข้อมูลระหว่างผู้ใช้โปรแกรม FTP กับ FTP Server การโอนย้ายไฟล์จาก FTP Server มายังเครื่องของผู้ใช้ เรียกว่า ดาวน์โหลด (Download) และการโอนย้ายไฟล์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ไปยังไปยัง FTP Server เรียกว่า อัพโหลด


4. การสืบค้นข้อมูล (Search Engine) คือ บริการที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยพิมพ์ข้อความที่ต้องการสืบค้น เข้าไป โปรแกรมจะทำการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ให้ภายในเวลาไม่กี่นาที โปรแกรมประเภทนี้เราเรียกว่าSearch Engines เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่สามารถจำชื่อเว็บไซด์ บางเว็บได้ ก็สามารถใช้วิธีการสืบค้นข้อมูล ในลักษณะนี้ได้ เว็บไซด์ที่ทำหน้าที่เป็น Search Engines มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น google.com , yahoo.com ,sanook.com ฯลฯ เป็นต้น

5. การสนทนากับผู้อื่นบนอินเทอร์เน็ต จะคล้ายกับการใช้โทรศัพท์แต่แตกต่างกันที่ เป็นการสื่อสาร ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะใช้ไมโครโฟน และลำโพงที่ต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ในการสนทนา


6. กระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (News Group or Use Net) เป็นบริการกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นลงไปบริเวณกระดานข่าวได้ มีการแบ่งกลุ่มผู้ใช้ออกเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะสนใจเรื่องราวที่แตกต่างกันไป เช่นการศึกษา การท่องเที่ยว การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การเกษตร และอุตสาหกรรม เป็นต้น


7. การสื่อสารด้วยข้อความ IRC (Internet Relay Chat) เป็นการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น โดยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกัน ซึ่งจำนวนผู้ร่วมสนทนาอาจมีหลายคนในเวลาเดียวกัน ทุกคนจะเห็นข้อความ ที่แต่ละคนพิมพ์เหมือนกับว่ากำลังนั่งสนทนาอยู่ในห้องเดียวกัน โปรแกรมที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารได้แก่โปรแกรม mIRC โปรแกรม PIRCH และโปรแกรม Comic Chat นอกจากโปรแกรม IRC แล้ว ในปัจจุบันนี้ภายในเว็บไซต์ ยังเปิดให้บริการห้องสนทนาผ่านทางโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ได้อีกด้วย